เบาหวาน..อันตรายเป็นภัยต่อหลอดเลือดหัวใจ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นโรคที่รู้จักกันดีและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับแรกๆของประเทศไทย อย่างที่เราทราบกันอยู่ว่าโรคนี้มีสาเหตุหรือความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ความอ้วน กรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้น รวมถึงการขาดการออกกำลังกาย
แต่รู้หรือไม่ว่า.. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
จากการวิจัยฯพบว่าผู้ป่วย
- มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจขณะที่มีอายุน้อยกว่าคนทั่วไปและมีความรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป
- เมื่อเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจแล้ว อาการจะรุนแรงกว่าคนทั่วไป
- มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าคนทั่วไป 2-4 เท่า
- มีโรคหลอดหัวใจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1
- มีอันตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยหญิงมากกว่าชาย
การรักษาโรคแทรกซ้อนทางหัวใจจากเบาหวาน เช่น การผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ การใส่สายสวนขยายหลอดเลือดหัวใจ ล้วนแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างสูง ถ้าปล่อยให้โรคเบาหวานเป็นมาก ก็ทำให้ทุพพลภาพทั้งร่างกายและจิตใจ สูญเสียคุณภาพชีวิต การป้องกัน ยับยั้งหรือชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนทางหัวใจ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรค การดูแลตนเองอย่างถูกต้อง รวมถึงการได้รับการดูแลรักษาที่ดีและเสม่ำเสมอ จะทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด
ทำไมผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้มากกว่าหรือรุนแรงกว่าคนทั่วไปหรือคนที่เป็นโรคอื่น?
มีการศึกษาทางการการแพทย์ยืนยันว่า ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้น (ไม่ว่าจะเกินค่าปกติเล็กน้อยหรืออยู่ในเกณฑ์เบาหวาน) มีความสัมพันธ์ที่จะทำให้มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวในสูงขึ้นและมีความรุ้นแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นส่งผลทำให้หลอดเลือดมีโครงสร้างและหน้าที่ผิดปกติไป หลอดเลือดต่างๆที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดอักเสบ มีโอกาสตีบตันหรือแตกออกเป็ลิ่มอุดตันอย่างฉับพลันได้ นี่จังเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้มากกว่า เร็วกว่าหรือรุนแรงกว่าคนทั่วไป
อาการโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นอย่างไรและแตกต่างจากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจหรือไม่อย่างไร?
อาการเจ็บหน้าอกของโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมักไม่ชัดเจนหรือไม่มี เนื่องจากมักมีปัญหาปลายประสาทรับความรู้สึกเสื่อมสภาพร่วมด้วย ทำใหวินิจฉัยโรคได้ยากกว่าปกติ อาการอื่นที่ทำให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคหัวใจ ได้แก่ อาการแน่น อึดอัด บริเวณกลางหน้าอก หน้าอกข้างซ้าย หรือลิ้นปี่ คล้ายอาการจุกเสียด อาหารไม่ย่อย อาการปวดร้าวที่ท้องแขนด้านใน หน้ามืด วิงเวียน เหงื่อออก ตัวเย็น ใจสั่น จะเป็นลม หรือหมดสติ
แล้วจะป้องกันและรักษาโรคแทรกซ้อนทางหลอดเลือดหัวใจจากเบาหวานได้อย่างไร?
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ และการแก้ไขภาวะผิดปกติที่พบร่วมกับเบาหวาน เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ความอ้วนและอื่นๆ อาจทำได้โดย
- ควบคุมปริมาณและชนิดของอาหารในแต่ละวัน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (ครั้งละ 20-30 นาที)
- ลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักให้ปกติและงดสูบบุหรี่
- ตรวจรักษากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอในรายที่ต้องใช้ยารักษาระดับน้ำตาล ยาลดความดัน ยาลดระดับไขมัน และยารักษาโรคแทรกซ้อนทางหลอดเลือดหัวใจ
ที่มา : วารสาร เบาหวาน..อันตราย คลินิกเบาหวาน รพ.รามคำแหง